ปูเน่.....เมืองแห่งพระพิฆเนศ ท่องเที่ยว 5 วัน 4 คืน

ITINERARY 

เมืองปูเน่ ตั้งอยู่ในรัฐมหาราษฎร์ อยู่ใกล้กับเมืองมุมไบ ปัจจุบันเมืองปูเน่เป็นเมืองที่ทันสมัย เป็นศูนย์กลางของการศึกษา มีมหาวิทยาลัยและเทคโนโลยีต่างๆ มีการคมนาคม ขนส่งที่ดีเชื่อมต่อกับเมืองใหญ่ๆ มากมาย เช่น เมืองมุมไบ เมืองเดลลี เมืองบังกะลอร์ และมีสนามบินภายในประเทศเพื่อเชื่อมต่อกับเมืองอื่น ๆ อีกด้วย

ออรังกาบัด.....เมืองแห่งพลังศรัทธาที่มีต่อพระบรมศาสนาในรูปสุดยอดแห่งงานแกะสลักอายุกว่า 2,000 ปี

เมืองปูเน่ เป็นเมืองเก่าแก่และเมืองที่สำคัญทางวัฒนธรรมของอินเดียมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ และชาวอินเดียเชื่อกันว่า เมืองปูเน่เป็นเมืองแห่งพระพิฆเนศ นั้น  ก็คือปาฎิหารย์การเกิดขึ้นของพระพิฆเนศที่อยู่ในเมืองเล็กๆรอบเมืองปูเนถึง 8 ปาง ซึ่งเป็นพระพิฆเนศที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ดังนั้นเมืองปูเนจึงเป็นเมืองเส้นทางมหายาตราสักการะพระพิฆเนศองค์มหาเทพแห่งความสำเร็จ

 

DAY 1 กรุงเทพฯ – ปูเน่ – วัดศรีจินดามณี – ออรังกาบัด
08.00 น. พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ  อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออก ชั้น 4 ประตู.........เคาเตอร์..........มีเจ้าหน้าที่บริษัทฯคอยอำนวยความสะดวกต้อนรับทุกท่าน
10.55 น. ออกเดินทางสู่เมืองปูเน่ ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน Spicejet SG 094
13.00 น. เดินทางถึงเมืองปูเน่ เป็นเมืองเก่าแก่และเมืองศูนย์กลางการศึกษาหลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรเรียบร้อยนำท่านเดินทางสู่เมืองออรังกาบัด  ระยะทาง 235 กิโลเมตร  ใช้เวลา 4 ชั่วโมงระหว่างทางชมธรรมชาติทิวทัศน์ความเป็นอยู่ของคนอินเดีย และวัฒนธรรมพื้นบ้านที่เก่าแก่อีกเมืองนึงของประเทศอินเดียที่มีดินแดนพื้นที่กว้างใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก
เย็น

เดินทางถึงเมืองออรังกาบัดตัวเมืองมีกลิ่นอายของอารยธรรมและอิทธพลมุสลิมอยู่ในรัฐมหาราษฏรออรังกาบัดหมายถึงสร้างโดยมหาราชาตั้งชื่อตามมหาราชาออรังเซปเมืองออรังกาบัดเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเพราะบริเวณใกล้กับตัวเมืองมีสถานที่ทาง ประวัติศาสตร์มากมากย อาทิเช่นถ้ำอชันตาเอลโลร่า บีบีกามาชค์มาร่าฯลฯ แล้วนำท่านเข้าพักโรงแรม Hotel Vits ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า

ค่ำ รับประทานอาหารเย็น(มื้อที่ 1)นำท่านเข้าพักโรงแรมฯ พักผ่อนตามอัธยาศัย


DAY 2
ออรังกาบัด – หมู่ถ้ำเอลโลร่า – ช้อปปิ้งออรังกาบัด
07.00 น.
อรุณสวัสดิ์ยามเช้า รับประทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 2)  หลังอาหารเช้านำท่านเดินทางสู่ หมู่ถ้ำเอลโลร่า (ถ้ำปิดวันอังคาร) (ระยะทางประมาณ 28.1 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที) ชม หมู่ถ้ำเอลโลร่า ซึ่งประกอบไปด้วยงานศิลป์ของสามศาสนาที่อยู่รวมกัน ชมความงามที่ยิ่งใหญ่ของถ้ำ 34 ถ้ำ ถ้ำหมายเลข 1–12 เป็นวัดถ้ำในพุทธศาสนา ถ้ำหมายเลข 14-16 เป็นเทวาลัยถ้ำในศาสนาฮินดู ถ้ำ 30-32 เป็นวิหารถ้ำในศาสนาเชน ชมเพชรน้ำเอกของงานแกะสลักภูเขาทั้งลูกที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา ในบรรดาหมู่ถ้ำทั้งหมดเทวาลัยถ้ำเขาไกลาสถือเป็นมงกุฏแห่งหมู่ถ้ำเอลโลร่าบน ระเบียงถ้ำมีการสลักเรื่องราวเกี่ยวกับพระศิวะ ภาพการต่อสู้กับท้าวราวณะ ชมภาพแกะสลักอย่างวิจิตรงดงามของเหล่าทวยเทพ เทวดา นางอัปสร พระพุทธรูป จนไม่สามารถหาคำบรรยายความงดงาดนี้ได้ สร้างประมาณศตวรรษที่ 5 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1983
12.00 น.
รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร(มื้อที่ 3)  หลังอาหารกลางวัน นำท่านเดินทางกลับสู่ เมืองออรังคาบัด ระหว่างทางแวะชม “ป้อมเดาลาตาบัด” แปลว่า เมืองแห่งความมั่งคั่ง เป็นป้อมในศตวรรษที่ 14 ห่างจากออรังกาบาด 16 กิโลเมตร ป้อมปราการโบราณถูกโอบล้อมด้วยภูเขาดัลคีรี เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคาราวาน ตำนานเล่าว่าเมืองนี้สร้างขึ้นโดยดันการ์ เมื่อ ค.ศ.1203  หลังจากนั้นถูกสุลต่านเดลีชาวมุสลิมอลาอุดดินคิลจิยึดได้ใน ค.ศ.1294 เดวากิรีกลายเป็นเมืองสำคัญในสมัยของสุลต่านมูฮัมมัดดินตุ๊คลัคในปีค.ศ.1327 พระองค์ทรงตั้งเป็นเมืองหลวงและเปลี่ยนชื่อจาก เดวากิรี เป็น เดาลาตาบัด จวบจนถึงสมัยของโมกุล หลังจากนั้นจึงถูกถูกทิ้งร้าง เพราะย้ายไปสร้างเมืองออรังกาบัดแทน
บ่าย แวะให้ท่านได้ช้อปปิ้ง  ซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย  อาทิ เช่น เครื่องทองเหลือง  ผ้าปักลายโบราณ ที่จำลองมาจากผนังถ้ำ อายุ 1,200 ปี และเครื่องประดับลวดลายแปลกตา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำที่ห้องอาหารของโรงแรม (มื้อที่ 4) หลังอาหารอิสระพักผ่อนตามอัธยาศัย ที่โรงแรม  Hotel VITS ระดับ 4 ดาว หรือเทียบเท่า


DAY 3
หมู่ถ้ำอชันตา – วัดศรีมหาคณปติ – เมืองปูเน่
เช้า อรุณสวัสดิ์ยามเช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 5) นำท่านเดินทางสู่ หมู่ถ้ำอชันตา (ถ้ำปิดวันจันทร(ระยะทางประมาณ 93.6กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง) ถึง  ถ้ำอชันต้าหรืออชัณฏา ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปีค.ศ.1983 ชมความงดงามและอลังการของสถาปัตยกรรมที่ถูกสร้างขึ้นโดยบันดาลใจจากศาสนา พุทธ โดยเจาะเป็นสังฆรามขนาดใหญ่แบบศิลปะคุปตะและหลังคุปตะอันวิจิตร ถ้ำอชันตาประกอบไปด้วยถ้ำ 28 ถ้ำ มีอายุกว่า 2,000 ปี “ถ้ำอะชันต้า” เป็นพุทธสถานที่สร้างจากการสกัดหน้าผาหินเข้าไปในเขาเหนือแม่น้ำวโฆระ แต่เดิมเป็นศูนย์กลางสำนักปฏิบัติของเหล่าสงฆ์ในพุทธศาสนาราวพุทธศตวรรษที่ 7-13 สืบเนื่องนานกว่า 600 ปี ก่อนถูกทอดทิ้งให้รกร้างกลางป่าจึงรอดพ้นจากการทำลายล้างจากกองทัพผู้รุกราน จนมาถูกค้นพบอีกครั้ง โดยบังเอิญจากนายทหารอังกฤษในศตวรรษที่ 19 ภายในถ้ำท่านจะได้ชมงานแกะสลักเสาอันงดงามและวิจิตร บรรจงรวมถึงพระพุทธรูปและเจดีย์ศิลาที่สกัดและตกแต่งขึ้นจากหินเนื้อเดียว กันกับพื้นผนังถ้ำยังมีภาพ จิตรกรรมฝาผนังอายุกว่า 1,200 ปี มีความงดงามสมบูรณ์ด้วยเทคนิคการเขียนภาพสามมิติ ภาพสีเฟรสโก้อัน น่าอัศจรรย์พระพุทธรูปศิลา ที่แสดงอารมณ์พระพักตร์ต่างกันเมื่อแสงตกสะท้อนจากต่างมุมถ้ำอชันตาเป็นถ้ำ ที่ ผสมผสานระหว่างศิลปะแบบพุทธและฮินดูเข้าด้วยกัน
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร(มื้อที่ 6) หลังอาหารนำท่านเดินทางกลับ เมืองปูเน่ ระหว่างทางชมวิวทิวทัศน์ของดินแดนชนบททางอินเดียตอนใต้
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองปูเน่ระหว่างทางแวะไหว้พระพิฆเนศที่วัดศรีมหาคณปติ  (Sri Mahaganapati Temple) เทวตำนานเล่าว่า ขณะที่ฤาษีคฤตสมาชนั่งบำเพ็ญเพียรภาวนาได้จามออกมาเป็นกุมารน้อยผิวสีแดง จึงสอนให้กุมารสวดบูชาต่อพระพิฆเนตร กุมารน้อยบำเพ็ญเพียรกว่าห้าพันปีทำให้พระพิฆเนศพอใจเป็นอย่างมากจึงประทานพรให้ แต่กุมารขอให้ตนเองมีอำนาจเหนือ 3 โลก พระพิฆเนศให้ตามที่ขอโดยการเนรมิตประสาท 3 หลัง คือประสาททองคำ ประสาทเงิน และประสาทโลหะให้ และตรัสว่า “ต่อไปนามของเจ้าคือ ตรีปุระ และวันใดที่เจ้าชั่วร้าย ประสาทเหล่านี้จะถูกทำลายและเจ้าจะถูกทำลายเสวยศรดอกเดียวของพระศิวะ บิดาแห่งข้า” ต่อมาตรีปุระลำพองตนรุกรานทั้ง 3 โลก องค์พระศิวะจึงเสด็จมาปราบ และหลังจากบวงสรวงต่อพระพิฆเนศแล้วพระศิวะก็ปราบตรีปุระได้สำเร็จ จึงเชื่อว่าเทวสถานแห่งนี้เป็นสถานที่ที่พระศิวะบวงสรวงต่อพระพิฆเนศ การสักการะองค์ศรีมหาคณปติจะทำให้มีอำนาจยิ่งใหญ่ สามารถพิชิตมารร้ายและอุปสรรคทั้งหลายได้สำเร็จ
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม (มื้อที่ 7) แล้วเข้าพักผ่อนที่โรงแรมฯตามอัธยาศัย


DAY 4
ปูเน่ – วัดศรีวรัทวินายัก – สนามบินปูเน่ – กรุงเทพฯ
เช้า อรุณสวัสดิ์ยามเช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 8)  แล้วนำท่านไปไหว้พระพิฆเนศที่วัดศรีวรัทวินายัก (Sri Varad Vinayak) เชื่อกันว่าถ้ามาสักการะพระพิฆเนศที่วัดศรีวรัทวินายักแล้ว จะทำให้หายป่วยจากโรคภัยไข้เจ็บทั้งปวงและทำให้สุขภาพแข็งแรง ซึ่งมาจากตำนานว่าพ่อของเด็กน้อยบัลลาเคยล่วงเกินพระพิฆเนศไว้จึงต้องพิการและหูหนวกเป็นไบ้ แม้จะกลับชาติมาเกิดก็ยังต้องพิการอยู่ จึงต้องกลับใจอุทิศตนบูชาพระพิฆเนศจึงจะหาย เชื่อกันว่าผู้มาสักการระเทวสถานแห่งนี้จะทำให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บมีสุขภาพแข็งแรง
12.00 น.  รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร(มื้อที่ 9) 
บ่าย หลังอาหารกลางวัน นำท่านช้อปปิ้งที่ตลาดในเมืองปูเน่
ค่ำ รับประทานอาหารเย็นที่โรงแรม (มื้อที่ 10) แล้วเข้าพักผ่อนที่โรงแรมฯตามอัธยาศัย
   
DAY 5 ปูเน่ – ชิตี้ทัวร์ – สนามบินปูเน่ – กรุงเทพฯ 
เช้า  อรุณสวัสดิ์ยามเช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม (มื้อที่ 11)  แล้วนำท่านไปเที่ยวชมวิถีชีวิตของผู้คนอินเดียในเมืองปูเน่ พร้อมขับรถชมทั่วเมือง 
12.00 น.   รับประทานอาหารกลางวันที่ภัตตาคาร(มื้อที่ 12) 
บ่าย หลังอาหารกลางวัน นำท่านเข้าสนามบินปูเน่  ทำการเช็คตั๋วเครื่องบินพร้อมโหลดกระเป๋า
17.25 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯโดยสายการบิน  Spicejet SG 093
22.25 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
   

กำหนดการเดินทาง  วันที่ 30 ต.ค – 3 พ.ย. 2556

อัตราค่าบริการ : 29,900 บาท

เงื่อนไขในการสำรองที่นั่ง

หมายเหตุ : โปรแกรมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้เดินทางเป็นสำคัญ

การบินไทยLipoLoudmouthChecktourAISHeartland Golf ShcoolMajor
FortunerrmuttDHIPAYAeccoTaylormadePTTSpectraBan